ความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและธุรกิจในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่แยกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

3

ความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและธุรกิจในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่แยกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจต้องพึ่งพาและมีส่วนผลักดันการพัฒนาในสังคม ขณะเดียวกันกับที่สังคมก็ต้องพึ่งพาธุรกิจในหลายด้าน เช่น แหล่งงาน สินค้าและบริการที่ธุรกิจผลิตขึ้นมา โดยตัวชี้วัดความสำคัญประการหนึ่งคือ ความตื่นตัวในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ ldquo;ความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR)rdquo; จากการศึกษาของผมพบว่า มี ldquo;แรงผลักrdquo; หลายด้านจากทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ผลักดันให้บริษัทในประเทศไทยจำเป็นต้องนำแนวคิด CSR มาดำเนินการ และแรงผลักนี้จะแรงมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย ผมขอกล่าวเฉพาะแรงผลักภายในประเทศก่อน

แรงผลักดันประการแรกคือ แรงผลักดันของผู้บริโภค จากผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวกับ CSR ในกรุงเทพฯ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย อยู่ในระดับสูง และมีความคิดที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการขององค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มากกว่าองค์กรธุรกิจที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่ถึงกันอย่างรวดเร็ว ทั้งทางสื่อมวลชน หนังสือ อินเตอร์เน็ต ไม่เป็นการยากเลยที่ผู้บริโภคจะทราบว่าบริษัทใดที่ดำเนินธุรกิจโดยรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง  แรงผลักดันต่อมาคือ สื่อมวลชน หากประเด็นทางสังคมใดที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน จะทำให้ประเด็นนั้นได้รับการสนใจจากประชาชน และถูกจัดการปัญหาอย่างรวดเร็ว สื่อจึงกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ CSR เกิดขึ้นในประเทศไทย ตัวอย่าง กรณีการทุบรถยนต์ใหม่ที่คุณภาพไม่ดีแต่บริษัทไม่รับผิดชอบแก้ไขให้ โดยเจ้าของทำเพื่อเรียกร้องให้ความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค แต่แทนที่บริษัทนั้นจะแสดงความรับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแต่เนิ่น ๆ กลับปล่อยให้เรื่องถูกขยายความเป็นข่าวในกระแสอยู่หลายวัน จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ในที่สุดชื่อเสียงของบริษัทก็เสียหาย และศรัทธาของผู้บริโภคก็ลดลงจนต้องตัดสินใจรับซื้อรถยนต์คันนั้นคืนจากลูกค้า พร้อมทั้งออกมาตราเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอีก 5 มาตรการ  แรงผลักดั

จาก NGO/Activist นับเป็นแรงผลักอีกประการ ที่ผ่านมาบทบาทของ NGO/Activist เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบต่อสังคมเริ่มมีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพยายามตรวจสอบโรงงานที่สร้างมลพิษให้กับสภาพแวดล้อมในชุมชน จนทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สุดท้ายคือ แรงผลักดันจากภาครัฐ มาตรการที่พอจะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ มาตรการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยที่ในปี 2006 เป็นปีแรกที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดให้มีรางวัล Best Corporate Social Responsibilities (CSR) Awards เพื่อเป็นรางวัลสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม การที่ตลาดหลักทรัพย์มีการให้รางวัลดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ที่ไม่เคยทำ CSR ให้ความสนใจ ถูกกระตุ้น และมีแรงจูงใจในการทำ CSR มากขึ้น ซึ่งในอนาคต ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ได้ส่งสัญญาณว่าจะนำประเด็นเรื่อง CSR เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่บริษัททุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องดำเนินการ เหมือนเช่นที่ได้กำหนดมาตรฐานเรื่อง corporate governance ไว้ก่อนนี้แล้ว องค์กรธุรกิจใดที่เข้าใจทิศทางนี้ และปรับตัวดำเนินกิจการเพื่อสังคมอย่างจริงจังได้ก่อน ย่อมเป็นการวางรากฐานเพื่อความยั่งยืนขององค์กรในอนาคตได้เป็นอย่างดี

Posted in แนวคิดการตลาด | Comments Off

ธุรกิจแบ่งเช่ารถในระยะใกล้ ช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดได้

cuevaza.com

การจราจรที่แออัดสามารถพบเห็นได้ในชุมชนเมือง  โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขาดการวางแผนด้านการขนส่งที่ดีอย่างกรุงเทพมหานคร  ซึ่งติดอันดับประเทศที่มีรถติดมากที่สุด ไม่ว่าทางภาครัฐจำจัดโครงการเพื่อรณรงค์มากมายเพียงใด ก็ไม่ช่วยให้การจราจรดีขึ้น เพราะผู้ที่อยู่ในเมืองมีความเป็นปัจเจกชนสูง และการขาดโครงสร้างระบบทำให้คนที่ทำงานไกลต้องมีรถเป็นของตนเอง

ในปัจจุบันจึงเกิดธุรกิจขึ้นมากมายที่ช่วยลดการใช้รถในท้องถนนไปได้มาก เช่น ธุรกิจ Car Sharing ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้รถแต่ไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ธุรกิจแบ่งเช่ารถมีความน่าสนใจไม่น้อย และธุรกิจแบ่งเช่ารถที่ดังที่สุดคือ Zipcar ที่สามารถเช่ารถผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆสำหรับขับรถไปไหนมาไหนในระยะทางที่ไม่ไกล ใช้รถเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเป็นวันเพื่อทำธุระตามที่ต่างๆ โดยธุรกิจนี้เริ่มมีขึ้นในปี 2000 ที่เมืองCambridge รัฐ Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในการเช่ารถโดยปกติแล้วจะเป็นในกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจ แต่สำหรับของ Zipcar นั้นกับเจาะกลุ่มผู้บริโภคสามกลุ่มคือ กลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าองค์กร และสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นการใช้บริการในระยะสั้น ไม่เกินหนึ่งวัน และล่าสุดบริษัทได้ออกแพ็คเกจ สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยมอบส่วนลดการใช้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานได้ ทำให้มีบริษัทเข้าร่วมมากมาย  ทำให้ในปัจจุบัน Zipcar เป็นผู้นำทางด้านธุรกิจเช่ารถระดับโลกเลยทีเดียว

การเช่ารถของ Zipcar สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น และโทรศัพท์แจ้งหมายเลขสมาชิกจากนั้นข้อมูลของผู้เช่ารถจะถูกส่งแบบไร้สายไปที่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกติดตั้งอยู่ในรถ ซึ่งรถที่ Zipcar ให้บริการนั้นจะเป็นรถของบริษัททั้งหมด นอกจากนี้บริษัทรถยักษ์ใหญ่ต่างๆยังร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับซิปคาร์ในการผลักดันนำรถไฮบริดมาใช้ เพาะบริษัทรถต้องการเก็บข้อมูลผู้ใช้เพื่อนำมาปรับปรุงรถก่อนปล่อยออกจำหน่าย

ธุรกิจประเภทนี้ในประเภทไทยยังไม่ค่อยมีให้เห็นอย่างแพร่หลาย จะเห็นได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีความสร้างสรรค์และน่าสนใจ ผู้ประกอบการในไทยเองควรนำธุรกิจประเภทนี้มาใช้ในประเทศไทย

Posted in แนวคิดการตลาด | Comments Off

การตลาดยุคใหม่ ต้องใส่ประสบการณ์ร่วมลูกค้า

โมเดลการตลาดคลาสสิกที่ใช้กันมายาวนานและเห็นตัวอย่างได้จากบริษัทสินค้าแพ็กเกจกำลังจะหมดยุคแล้ว โมเดลการตลาดประเภทที่โฆษณาใช้กับทุกกลุ่มเป้าหมายหรือโปรโมชันเดียวใช้กับทุกห้าง จะใช้เพื่อจับกลุ่มลูกค้าแมสทั้งหมดไม่ได้อีกแล้ว ตัวอย่างเห็นได้จากกรณีของแบรนด์ใหญ่ๆ เช่น

รูปแบบการตลาดที่ทรงพลังมากขึ้นเกิดขึ้นมาหลายปีแล้วและรูปแบบนี้ทำให้ฝ่ายการตลาดของแต่ละบริษัทต้องเขย่าโครงสร้างการทำงานใหม่รวมถึงเอเยนซีโฆษณาก็ต้องปรับการตลาดของตัวเองตามไปด้วยแนวทางการทำตลาดมุ่งเน้นประสบการณ์แบบใหม่เป็นเรื่องของการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและความภักดีของลูกค้า เรื่องของการส่งข้อความมีความสำคัญน้อยลง สิ่งที่จำเป็นมากขึ้น คือต้องทำความเข้าใจกับเซ็กเมนต์ลูกค้าที่ทำกำไรเพื่อที่จะออกแบบการตลาดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ข้อความโฆษณาของแบรนด์ ในวันนี้คือลูกค้ากลุ่มที่ภักดีในแบรนด์สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันในเว็บไซต์ Fabric Care Network ของ Tide ซึ่งมีเนื้อหาเคล็บลับเกี่ยวกับการซักเสื้อผ้านอกเหนือจากเรื่องการใช้ผงซักฟอก นี่เป็นเหตุผลเดียวกันที่โคคา-โคลามุ่งเน้นการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์, ทีมแข่งขันรถ Nascar และการดาวน์โหลดเพลงรวมถึงการเปิด Red Loungeเพื่อเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นจะใช้พบปะกัน

ความเคลื่อนไหวของสตาร์บัคส์ที่มีมากกว่ากาแฟหรือมอคค่าโดยการผสมผสานบาร์ฟังเพลง Hear Musicที่ลูกค้าสามารถเข้าไปนั่งฟังเพลง, เลือกส่วนผสมกาแฟและไรต์ซีดีเพลงเองได้ กลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นว่าค่ายกาแฟใหญ่มุ่งเน้นประสบการณ์ของแบรนด์ร่วมกับลูกค้ามากกว่าเรื่องของการชงกาแฟ

อย่างไรก็ดี มีนักการตลาดจำนวนมากที่ดิ้นรนเพื่อแข่งขันและหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าในขณะที่ต้องนั่งดูกำไรที่ลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากไม่สามารถหาแนวทางผ่ากรอบการตลาดแบบดั้งเดิมได้ เช่น KFC ที่พยายามชูประเด็นเรื่องอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำโดยหวังว่าจะแก้ปัญหาอื่นของแบรนด์ได้ด้วย หรือความล้มเหลวของSwiss Air ที่ใช้ข้อความสื่อสารแบบมุ่งไปในรายละเอียด Attention to Detail จนเป็นผลให้เกิดวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ โมเดลการตลาดต้องสร้างความเกี่ยวข้องและความหมายให้ได้ท่ามกลางโลกที่มีเซ็กเมนต์และสื่อแตกย่อยออกไปมากมาย ประเด็นคือการต้องทราบว่าลูกค้ากลุ่มที่ทำกำไรให้คุณมากที่สุดคิดและมีปฏิกิริยาอย่างไร คุณต้องแน่ใจว่าส่วนประกอบทั้งหมดของแบรนด์และการตลาดสามารถนำเสนอประสบการณ์ให้พวกเขาได้การปฏิบัติการ, เทคโนโลยี, การจำหน่าย, การคิดบิลลิ่งและศูนย์บริการรวมถึงคอล เซ็นเตอร์จะต้องทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสามารถพาแบรนด์ฝ่ากรอบรูปแบบการตลาดเก่าๆได้ คุณอาจเรียกโมเดลนี้ว่า “การเสี่ยง”เพราะไม่ทำตามทฤษฎีการตลาดเบื้องต้น แต่อีกหลายคน อาจมองว่านี่ละเรียกว่า “ทางรอด” และโอกาสในการเขียนหนังสือเบสต์เซลเลอร์เล่มใหม่ก็เป็นได้

Posted in แนวคิดการตลาด | Tagged | Comments Off

แนวคิดการตลาดที่สามารถเพิ่มยอดขายได้

องค์กรซึ่งมีการขายสินค้า/บริหาร โดยใช้แนวคิดการขายอย่างชัดเจน คือ กิจการการขายตรงหลาย ๆแห่ง โดยเฉพาะการขายตรงแบบหลาย ๆ ชั้น (Multi-level Marketing) บางกิจการที่เน้นบทบาท เทคนิคการขายตลอดจนแต้มรางวัลสะสมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าโดยที่บางครั้งไม่มีความต้องการในสินค้านั้นนักแต่ในที่สุดต้องซื้อสินค้านั้น ๆ อย่างไม่เต็มใจหรือซื้อเพราะอยากได้โปรแกรมส่งเสริมการขายมากกว่าความต้องการในสินค้านั้นจริง ๆ องค์กรซึ่งบริหารโดยใช้แนวคิดการตลาดมีมากมายในปัจจุบัน เช่น บริษัทเครื่องสำอางที่มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจนนอกจากกลุ่มลูกค้าหลักคือหญิงสาวแล้ว ยังมีกลุ่มลูกค้าวัยสูงอายุหรือกลุ่มลูกค้าชาย แล้วก็มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์สนองความต้องการกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ ตลอดจนเสนอการบริการและการสื่อสารเป็นการเฉพาะ และสามารถเพิ่มยอดขายได้อีกนอกจากการขายสินค้าให้กลุ่มลูกค้าเดิม ๆ ดังนั้นสรุปได้ว่า แนวคิดการตลาดที่แท้จริงนั้นต้องประกอบด้วยองค์ประกอบตาง ๆ ดังนี้

– การกำหนดตลาดเป้าหมายที่ชัดเจน
– ศึกษาความต้องการของลูกค้าเป้าหมายอย่างละเอียด
– ความผสมผสานและร่วมมือทางการตลาดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายชาย การส่งเสริมการขาย โฆษณา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ฝ่ายวิจัยตลาดต่าง ๆ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังผสมผสานร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในองค์กร เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต ฝ่ายธุรการและฝ่ายอื่น ๆ ซึ่งมีจิตสำนึกในเรื่องการตลาดและการบริการลูกค้า ทั้งนี้เพื่อสร้างความพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
– กำไร วัตถุประสงค์ขององค์กรที่ใช้แนวคิดการตลาดในการบริหารคือผลกำไรนั่นเอง แต่เป็นผลกำไรที่ได้จากความพอใจของลูกค้าและจัดว่าเป็นกำไรในระยะยาว สำหรับองค์กรที่ไม่มุ่งหวังกำไร ผลลัพธ์ที่ต้องการคือการอยู่รอดได้เพราะการบริจาคเงินหรือได้รับความช่วยเหลือของผู้มีจิตศรัทธานั่นเอง

แนวคิดการตลาดเพื่อสังคม (The Societal Marketing Concept)คือ แนวคิดที่องค์กรได้พิจารณาถึงความต้องการและความพอใจของตลาดเป้าหมาย มีการนำเสนอสินค้า/บริการที่ลูกค้าเป้าหมายต้องการด้วยประสิทธิภาพที่เหนือคู่แข่งขัน ขณะเดียวกันสามารถอนุรักษ์และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมอีกด้วยปัจจุบันองค์กรธุรกิจชั้นนำมีการใช้แนวคิดการตลาดเพื่อสังคมใน 2 แนวทาง ดังนี้

1. การตลาดที่เน้นในเรื่องจริยธรรม (Ethics) โดยเน้นในเรื่องจรรยาบรรณ กฎเกณฑ์หรือระเบียบวินัยต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคมโดยส่วนรวม อีกทั้งความมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมทั้งส่งเสริมสถาบันครอบครัวสถาบันศาสนา และอื่น ๆ

2. การตลาดที่เน้นในเรื่องการอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกว่า การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environmental Marketing) เป็นการเสนอสินค้าสู่ตลาด โดยทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์สัตว์ป่าหรือทรัพยากรของโลกได้น้อยที่สุด เช่น การนำของเก่ามาใช้ซ้ำหรือหมุนเวียนนำมาผลิตซ้ำ หรือลดปริมาณการใช้ลง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ บริษัทบอดี้ช๊อฟ มีการผลิตและขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางโดยที่ประบวนการทดลองและการผลิตไม่ทำลายสัตว์ใด ๆ เลย และกิจการได้ใช้จุดนี้เป็นจุดขายเพื่อสื่อสารแก่ลูกค้าและสาธารณชนอีกด้วยกระแสการตลาดเพื่อสังคม โดยเฉพาะปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนับว่ายิ่งสำคัญมากทั่วโลก ผู้บริหารการตลาดในอนาคตจึงควรพิจารณาและศึกษาข้อมูลตลอดจนเตรียมตัวเพื่อใช้ในการบริหารองค์กรต่อไป

Posted in แนวคิดการตลาด | Tagged , | Comments Off

Digital Marketing กลยุทธ์การทำตลาดที่คุณต้องตามให้ทัน

ในโลกแห่งดิจิตอล เป็นโลกที่พัฒนาก้าวไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาเดียวการพัฒนาก็ได้ก้าวไปแล้วแบบที่เราตามไม่ทันแล้ว การพัฒนาอย่างรวดเร็วของสื่อในโลกดิจิตอลมันบอกอะไรกับเรา มันกำลังบอกว่าการทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการทำการตลาด หากเราปรับตัวไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกดิจิตอล เท่ากับเราเสียโอกาสไปอย่างมากมาย

ในปัจจุบันนี้องค์กรธุรกิจ การทำการตลาดได้หันมาสนใจและเน้นการทำการตลาดผ่านสื่อดิจิตอลกันมากขึ้้น โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมีแนวโน้มการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกๆ ปี มันได้กลายเป็นเทรนด์ แห่งยุคนี้ไปแล้ว

การทำการตลาดในยุคใหม่นี้ได้เน้นในการเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านทางช่องทางออนไลน์ มากขึ้นเพราะการทำสื่อออนไลน์ดิจิตอลเข้าถึงผู้บริโภค และลูกค้าได้อย่างง่ายดาย  คุณสังเกตุหรือไม่ทุกๆวันนี้มีกี่คนที่ถือ Smart Phone มีกี่คนที่มี อีเมล์  มีกี่คนที่มี User ของ Facebook ลองคิดดูเล่นหากมีการสื่อสารทางการตลาดผ่านสื่อต่างๆ เหล่านี้จะเกิดผลตอบสนองแบบก้าวกระโดดแค่ไหน  มันเป็นสื่อที่การโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ ไม่อาจจะเทียบได้เลย อีกทั้งการตลาด เป็นวิธีการกระตุ้นความต้องการที่เน้นกระแสการบอกต่อ  เมื่อมีกลุ่มคนหนึ่งมีความพึงพอใจเกิดขึ้นกับสิ่งหนึ่งจะมีการแชร์ บอกต่อให้อีกกลุ่มหนึ่งรับทราบ เกิดเป็นกระแสเครือข่ายและข้อมูลข่าวสารที่ทรงประสิทธิภาพซึ่งกระแสดังกล่าวนี้สามารถแพร่ไปอย่างรวดเร็วมากกว่าสื่อใดๆ ในโลกนี้

อาจจะมีองค์กรทางกิจหลายองค์กร ที่มั่นใจในสินค้าของตนเอง ถึงไม่มีสื่อเหล่า หรือถึงจะไม่ทำสื่อเหล่านี้ สินค้าหรือบริการของตนก็ขายได้อยู่ดี ขอบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ ความภักดีของลูกค้าที่มีต่อสินค้าบริการ มันลดลงอย่างน่าใจหาย เนื่องจากสื่ออินเตอร์เน็ตง่ายต่อการที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคในการเข้าถึงผู้บริโภคมีโอกาส และง่ายต่อการเลื่อก ลองสินค้าง่ายมากยิ่งขึ้น

ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหาร ในทุกๆ ธุรกิจ ทุกองค์กรต้องหันมาวางแผน และจัดทำงบประมาณในการทำการตลาดแบบดิจิตอล เนื่องมาจากมีการคาดการณ์กันว่าอีกประมาณ 3-4 ปีข้างหน้า สื่อดิจิตอลจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น เข้าถึงได้เร็วมากขึ้น จูงใจได้มากขึ้น ที่สำคัญดิจิตอลจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่คุณจะให้ความสนใจในสื่อดิจิตอล ให้มากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ เพื่อให้สอดคล้อง และรองรับการตลาดดิจิตอล มันจะส่งผลต่อยอดขายของสินค้า และบริการในระยะยาว

Posted in แนวคิดการตลาด | Tagged , | Comments Off