Social media การตลาดรูปแบบใหม่สำหรับธุรกิจ

โซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) คือ แหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล และสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันผ่านโลกอินเตอร์เน็ต โดยในปัจจุบันโซเชียล เน็ตเวิร์ก เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันไม่เฉพาะคนทั่วไป แต่รวมไปถึงภาคธุรกิจ หลายภาคส่วน ที่ให้ความสนใจ และความสำคัญ เพื่อให้โซเชียล เน็ตเวิร์ก เป็นเครื่องมือสำหรับค้นหาและติดต่อสื่อสารไปสู่ผู้ใช้งานต่างๆ เพื่อจูงใจให้เป็นลูกค้า สร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าและบริการ รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพของแบรนด์ไปในตัวด้วย

สำหรับโซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง(Social media maketing) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง สำหรับติดต่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้หลักการด้านโฆษณา,ด้านประชาสัมพันธ์,ด้านการขาย และอื่นๆ ผ่านผู้ให้บริการด้านโซเชียล มีเดีย ต่างๆเช่น เฟสบุ๊ค(Facebook),ทวิตเตอร์ (Twitter),ยูทูบ (Youtube),ฟลิคเกอร์(Flickrs) และอื่นๆ.คุณสามารถค้นหา,เชื่อมต่อ,วางแผนแคมเปญ ไปสู่ผู้ใช้บริการเหล่านี้เพื่อโอกาสในการขยายธุรกิจของคุณ อย่าลังเลที่จะเปิดประสบการณ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ไปกับเรา

บริการด้านการตลาดผ่านเฟสบุ๊ค Facebook Marketing Service

ในปัจจุบัน เฟสบุ๊ค ถือว่าเป็นโซเชียล มีเดียที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ก็ว่าได้ ในส่วนของประเทศไทย เฟสบุ๊คถือว่ามีการเติบโตที่ก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก คุณสามารถติดต่อเพื่อนฝูง เล่มเกมส์ และกิจกรรมอื่นๆ เฟสบุ๊ค ไม่ใช่มีเพียงแค่นี้เท่านั้น พลังของผู้บริโภคในเฟสบุ๊ค ถือเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้.ธุรกิจของคุณจะไปได้สวย หากมีการวางแผนและการจัดการที่ดีและถูกต้อง ทางเรามีความยินดีที่จะเสนอบริการการตลาดผ่านเฟสบุ๊คสำหรับธุรกิจของคุณ
บริการด้านการตลาดผ่านทวิตเตอร์ Twitter Marketing Service

ทวิตเตอร์ คือ โซเชียล เน็ตเวิร์กในรูปแบบการโพสข้อความสั้นๆ ที่เรียกว่า ไมโครบล็อกกิ้ง(Microblogging)โดยคุณสามารถส่งข้อความหรือประโยคจำนวน 140 ตัวอักษร หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘’ทวีต’’

ในปัจจุบัน ทวิตเตอร์ ถือว่าเป็นโซเชียล มีเดียที่ได้รับความนิยม โดยมีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 300 ล้านคน ภาคธุรกิจโดยรวมทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยใช้ทวิตเตอร์ สำหรับประชาสัมพันธ์,โฆษณาแบรนด์สินค้าหรือบริการ ลูกค้าของคุณจะทราบว่ามีอะไรใหม่เพียงแค่ Follow คุณ!

Posted in แนวคิดการตลาด | Tagged | Comments Off

เครื่องมือการตลาดที่เข้ามาเป็น ‘ตัวช่วย’ให้ประสบความสำเร็จ

เครื่องมือการตลาดที่เข้ามาเป็น ‘ตัวช่วย’ให้ประสบความสำเร็จ หลักๆมี 10 อย่าง ด้วยกันที่ควรรู้ ซึ่งแต่ละอย่างมีข้อดีแตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำธุรกิจนั้นๆ ลองดูซิว่าเครื่องมือไหนสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ มากที่สุด

1. Digital marketing ได้เข้ามามีบาทบาทกับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอายุตั้งแต่ Per-teen ก่อน 13 ปี จนถึงวัยTeen ที่มีอายุ 13-18 ปี เพราะ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของพวกเขาไปเสียแล้ว ดังนั้นกิจกรรมออนไลน์ผ่านตามเวบไซต์ มือถือ ในรูปแบบแคมเปญต่างๆมักจะได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่น ยกตัวอย่างเช่น ไอศกรีมวอลล์ ออกแคมเปญ กระตุ้นยอดขายผ่านเวบไซต์ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ของกลุ่ม เป้าหมาย

2. Word of Mouth เป็นกลยุทธ์ที่ใช้งบประมาณน้อย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างกระแส ความตื่นเต้นและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับสินค้าหรือบริการได้ดีไม่แพ้สื่อหลักอย่างโทรทัศน์วิทยุ ซึ่งวิธีนี้จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอเรื่องราวให้เป็นที่สนใจ กับสื่อมวลชน เชื่อว่า หลายคนคงรู้จัก ตัน’ โออิชิ’ กันเป็นอย่างดีในฐานะพรีเซ็นเตอร์ เพราะวิธีการนำเสนอสินค้า แคมเปญแต่ละครั้ง ที่แปลกและแตกต่างชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินจ้าง ดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์

3. Sport Marketing เป็นการเชื่อมต่อ ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้มีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีกับตัวแบรนด์ (Brand Experience) ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า แม้กระทั้งรถกระบะวีโก้ ของค่ายโตโยต้า ยังลงโดดลงมาทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ กีฬาตระกร้อ ภายใต้ชื่อ วีโก้ คัพ เป็นครั้งแรก เพื่อต้องการใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้นนอกเหนือ จากการที่แข่งโฆษณาประสิทธิภาพเครื่องยนต์ เท่านั้น

4. Music Marketing ถือเป็นสูตรสำเร็จอย่างหนึ่งในการทำตลาดด้วยการใช้นักร้องมาดึงดูด ความสนใจของวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาด ยกตัวอย่าง เช่น เครื่องดื่มเป๊ปซี่ ที่ใช้ดนตรีเข้ามาเป็นตัวกลางในการสื่อสารกับผู้บริโภคซึ่งในแต่ละปีจะมีการเลือกนักร้อง ที่ได้รับความนิยมเข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมเข้ามาสนับสนุนคอนเสิร์ตเพื่อเปิดโอกาสให้คนดื่ม เป๊ปซี่ได้เข้าไปชม

5. Out of Home Media หมายถึง สื่อนอกบ้าน ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักการตลาดมากขึ้น เมื่อสื่อหลักอย่าง ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ มีราคาสูง แต่กลับได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ในการรับสื่อลดน้อยลง เจ้าสินค้าจึงหันใช้สื่อนอกบ้านเพิ่มขึ้นอาทิ ทีวีในลิฟต์ ในเชลฟ์ขายของ Big Banner ในบริเวณที่เป็นจุดที่มีคนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก อย่างสยามเซ็นเตอร์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น

6. Premium Marketing คือกลยุทธ์การแจกของพรีเมี่ยม ของสมนาคุณที่เจ้าของธุรกิจ แจกจ่ายให้เป็นของแถมสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าหรือเข้ามาใช้บริการซึ่งเป็น ‘ลูกเล่น’ การตลาด ที่ได้ รับความนิยมทุกวงการ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเหล้านอก เหล้าไทย เบียร์ ส่วนหนึ่งเพราะข้อจำกัดเรื่องโฆษณาสินค้า แต่เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถดึงดูดความสนใจ ลูกค้าได้มหาศาล

7. Personal Selling การใช้พนักงานขายช่วยแนะนำคนซื้อ ณ จุดขาย เริ่มกลับมาได้รับ ความนิยมมาก เพราะสามารถกระตุ้นยอดขายได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะเห็นภาพชัดในกลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลูกค้าต้องการทราบข้อมูลสินค้ารวมทั้งวิธีการใช้งาน ซึ่งหัวใจสำคัญของวิธีนี้ คือการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้เชี่ยวชาญในสินค้าและบริการนั้นๆ รวมถึงสามารถเปรียบข้อดีข้อเสียระหว่างสินค้าที่ขายกับสินค้าคู่แข่งได้อย่างชัดเจน โดยอยู่บนพื้นฐานของ ข้อเท็จจริง

8. Direct marketing คือ เครื่องมือ ประกอบการขายสินค้าที่จะมี ‘สื่อ’ เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เห็นบ่อยๆ เช่น ไดเร็กเมล์ ช้อบปิ้ง แค็ตตาล็อก รวมไปถึงการขายสินค้าทางทีวีต่างๆ ที่คุ้นเคย กันดี ซึ่งสินค้าทุกประเภทสามารถใช้ได้เครื่องมือการตลาดนี้ได้ด้วยการทำเอง หรือเข้าร่วมกับตัวกลางที่มีสื่อ ไดเร็กเมล์ อยู่แล้ว อย่างเช่นบัตรเครดิตการ์ด หรือ บริษัทขายตรงที่มี แค็ตตาล็อกเซลล์ เป็นต้น

9. Promotion กิจกรรมส่งเสริมการขาย กลายเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการจูงใจผู้บริโภคให้ เข้ามาจับจ่ายใช้สอย หลักๆคงหนีไม่พ้นการลดราคา และกิจกรรมชิงโชค ซึ่งสามารถกระตุ้นต่อม การซื้อได้ง่ายกว่าวิธีการอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่มักจะเห็นกิจกรรมเหล่านี้เพิ่มขึ้น ทุกครั้งที่ยอดขายสินค้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

10. Innovation หรือนวัตกรรม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต่อให้ทำตลาดดี แต่ถ้าสินค้าไม่ดี ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จ เพราะลูกค้าจะไม่มีวันซื้อซ้ำ ยิ่งยุคสมัยนี้ การพัฒนาสินค้าใหม่ ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะคงไม่มีสินค้าไหนที่สามารถอยู่ได้ในทุกยุคสมัยโดยมีได้มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ยกตัวอย่าง กระแสผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพรักษาสิ่งแวดล้อมจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไทย ล่าสุดทาง ไอ.ซี.ซี. บริษัทในเครือสหพัฒน ได้ร่วมกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ การผลิตกระเป๋าผ้านาโนบีเอสซี เพื่อร่วม รณรงค์ให้คนไทยหันมาใช้กระเป๋าผ้าแทนถุงพลาสติก เป็นต้น

Posted in แนวคิดการตลาด | Tagged | Comments Off

ความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและธุรกิจในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่แยกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

3

ความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและธุรกิจในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่แยกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจต้องพึ่งพาและมีส่วนผลักดันการพัฒนาในสังคม ขณะเดียวกันกับที่สังคมก็ต้องพึ่งพาธุรกิจในหลายด้าน เช่น แหล่งงาน สินค้าและบริการที่ธุรกิจผลิตขึ้นมา โดยตัวชี้วัดความสำคัญประการหนึ่งคือ ความตื่นตัวในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ ldquo;ความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR)rdquo; จากการศึกษาของผมพบว่า มี ldquo;แรงผลักrdquo; หลายด้านจากทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ผลักดันให้บริษัทในประเทศไทยจำเป็นต้องนำแนวคิด CSR มาดำเนินการ และแรงผลักนี้จะแรงมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย ผมขอกล่าวเฉพาะแรงผลักภายในประเทศก่อน

แรงผลักดันประการแรกคือ แรงผลักดันของผู้บริโภค จากผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวกับ CSR ในกรุงเทพฯ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย อยู่ในระดับสูง และมีความคิดที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการขององค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มากกว่าองค์กรธุรกิจที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่ถึงกันอย่างรวดเร็ว ทั้งทางสื่อมวลชน หนังสือ อินเตอร์เน็ต ไม่เป็นการยากเลยที่ผู้บริโภคจะทราบว่าบริษัทใดที่ดำเนินธุรกิจโดยรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง  แรงผลักดันต่อมาคือ สื่อมวลชน หากประเด็นทางสังคมใดที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน จะทำให้ประเด็นนั้นได้รับการสนใจจากประชาชน และถูกจัดการปัญหาอย่างรวดเร็ว สื่อจึงกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ CSR เกิดขึ้นในประเทศไทย ตัวอย่าง กรณีการทุบรถยนต์ใหม่ที่คุณภาพไม่ดีแต่บริษัทไม่รับผิดชอบแก้ไขให้ โดยเจ้าของทำเพื่อเรียกร้องให้ความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค แต่แทนที่บริษัทนั้นจะแสดงความรับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแต่เนิ่น ๆ กลับปล่อยให้เรื่องถูกขยายความเป็นข่าวในกระแสอยู่หลายวัน จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ในที่สุดชื่อเสียงของบริษัทก็เสียหาย และศรัทธาของผู้บริโภคก็ลดลงจนต้องตัดสินใจรับซื้อรถยนต์คันนั้นคืนจากลูกค้า พร้อมทั้งออกมาตราเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอีก 5 มาตรการ  แรงผลักดั

จาก NGO/Activist นับเป็นแรงผลักอีกประการ ที่ผ่านมาบทบาทของ NGO/Activist เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบต่อสังคมเริ่มมีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพยายามตรวจสอบโรงงานที่สร้างมลพิษให้กับสภาพแวดล้อมในชุมชน จนทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สุดท้ายคือ แรงผลักดันจากภาครัฐ มาตรการที่พอจะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ มาตรการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยที่ในปี 2006 เป็นปีแรกที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดให้มีรางวัล Best Corporate Social Responsibilities (CSR) Awards เพื่อเป็นรางวัลสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม การที่ตลาดหลักทรัพย์มีการให้รางวัลดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ที่ไม่เคยทำ CSR ให้ความสนใจ ถูกกระตุ้น และมีแรงจูงใจในการทำ CSR มากขึ้น ซึ่งในอนาคต ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ได้ส่งสัญญาณว่าจะนำประเด็นเรื่อง CSR เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่บริษัททุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องดำเนินการ เหมือนเช่นที่ได้กำหนดมาตรฐานเรื่อง corporate governance ไว้ก่อนนี้แล้ว องค์กรธุรกิจใดที่เข้าใจทิศทางนี้ และปรับตัวดำเนินกิจการเพื่อสังคมอย่างจริงจังได้ก่อน ย่อมเป็นการวางรากฐานเพื่อความยั่งยืนขององค์กรในอนาคตได้เป็นอย่างดี

Posted in แนวคิดการตลาด | Comments Off

ธุรกิจแบ่งเช่ารถในระยะใกล้ ช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดได้

cuevaza.com

การจราจรที่แออัดสามารถพบเห็นได้ในชุมชนเมือง  โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขาดการวางแผนด้านการขนส่งที่ดีอย่างกรุงเทพมหานคร  ซึ่งติดอันดับประเทศที่มีรถติดมากที่สุด ไม่ว่าทางภาครัฐจำจัดโครงการเพื่อรณรงค์มากมายเพียงใด ก็ไม่ช่วยให้การจราจรดีขึ้น เพราะผู้ที่อยู่ในเมืองมีความเป็นปัจเจกชนสูง และการขาดโครงสร้างระบบทำให้คนที่ทำงานไกลต้องมีรถเป็นของตนเอง

ในปัจจุบันจึงเกิดธุรกิจขึ้นมากมายที่ช่วยลดการใช้รถในท้องถนนไปได้มาก เช่น ธุรกิจ Car Sharing ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้รถแต่ไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ธุรกิจแบ่งเช่ารถมีความน่าสนใจไม่น้อย และธุรกิจแบ่งเช่ารถที่ดังที่สุดคือ Zipcar ที่สามารถเช่ารถผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆสำหรับขับรถไปไหนมาไหนในระยะทางที่ไม่ไกล ใช้รถเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเป็นวันเพื่อทำธุระตามที่ต่างๆ โดยธุรกิจนี้เริ่มมีขึ้นในปี 2000 ที่เมืองCambridge รัฐ Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในการเช่ารถโดยปกติแล้วจะเป็นในกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจ แต่สำหรับของ Zipcar นั้นกับเจาะกลุ่มผู้บริโภคสามกลุ่มคือ กลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าองค์กร และสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นการใช้บริการในระยะสั้น ไม่เกินหนึ่งวัน และล่าสุดบริษัทได้ออกแพ็คเกจ สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยมอบส่วนลดการใช้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานได้ ทำให้มีบริษัทเข้าร่วมมากมาย  ทำให้ในปัจจุบัน Zipcar เป็นผู้นำทางด้านธุรกิจเช่ารถระดับโลกเลยทีเดียว

การเช่ารถของ Zipcar สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น และโทรศัพท์แจ้งหมายเลขสมาชิกจากนั้นข้อมูลของผู้เช่ารถจะถูกส่งแบบไร้สายไปที่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกติดตั้งอยู่ในรถ ซึ่งรถที่ Zipcar ให้บริการนั้นจะเป็นรถของบริษัททั้งหมด นอกจากนี้บริษัทรถยักษ์ใหญ่ต่างๆยังร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับซิปคาร์ในการผลักดันนำรถไฮบริดมาใช้ เพาะบริษัทรถต้องการเก็บข้อมูลผู้ใช้เพื่อนำมาปรับปรุงรถก่อนปล่อยออกจำหน่าย

ธุรกิจประเภทนี้ในประเภทไทยยังไม่ค่อยมีให้เห็นอย่างแพร่หลาย จะเห็นได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีความสร้างสรรค์และน่าสนใจ ผู้ประกอบการในไทยเองควรนำธุรกิจประเภทนี้มาใช้ในประเทศไทย

Posted in แนวคิดการตลาด | Comments Off

การตลาดยุคใหม่ ต้องใส่ประสบการณ์ร่วมลูกค้า

โมเดลการตลาดคลาสสิกที่ใช้กันมายาวนานและเห็นตัวอย่างได้จากบริษัทสินค้าแพ็กเกจกำลังจะหมดยุคแล้ว โมเดลการตลาดประเภทที่โฆษณาใช้กับทุกกลุ่มเป้าหมายหรือโปรโมชันเดียวใช้กับทุกห้าง จะใช้เพื่อจับกลุ่มลูกค้าแมสทั้งหมดไม่ได้อีกแล้ว ตัวอย่างเห็นได้จากกรณีของแบรนด์ใหญ่ๆ เช่น

รูปแบบการตลาดที่ทรงพลังมากขึ้นเกิดขึ้นมาหลายปีแล้วและรูปแบบนี้ทำให้ฝ่ายการตลาดของแต่ละบริษัทต้องเขย่าโครงสร้างการทำงานใหม่รวมถึงเอเยนซีโฆษณาก็ต้องปรับการตลาดของตัวเองตามไปด้วยแนวทางการทำตลาดมุ่งเน้นประสบการณ์แบบใหม่เป็นเรื่องของการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและความภักดีของลูกค้า เรื่องของการส่งข้อความมีความสำคัญน้อยลง สิ่งที่จำเป็นมากขึ้น คือต้องทำความเข้าใจกับเซ็กเมนต์ลูกค้าที่ทำกำไรเพื่อที่จะออกแบบการตลาดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ข้อความโฆษณาของแบรนด์ ในวันนี้คือลูกค้ากลุ่มที่ภักดีในแบรนด์สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันในเว็บไซต์ Fabric Care Network ของ Tide ซึ่งมีเนื้อหาเคล็บลับเกี่ยวกับการซักเสื้อผ้านอกเหนือจากเรื่องการใช้ผงซักฟอก นี่เป็นเหตุผลเดียวกันที่โคคา-โคลามุ่งเน้นการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์, ทีมแข่งขันรถ Nascar และการดาวน์โหลดเพลงรวมถึงการเปิด Red Loungeเพื่อเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นจะใช้พบปะกัน

ความเคลื่อนไหวของสตาร์บัคส์ที่มีมากกว่ากาแฟหรือมอคค่าโดยการผสมผสานบาร์ฟังเพลง Hear Musicที่ลูกค้าสามารถเข้าไปนั่งฟังเพลง, เลือกส่วนผสมกาแฟและไรต์ซีดีเพลงเองได้ กลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นว่าค่ายกาแฟใหญ่มุ่งเน้นประสบการณ์ของแบรนด์ร่วมกับลูกค้ามากกว่าเรื่องของการชงกาแฟ

อย่างไรก็ดี มีนักการตลาดจำนวนมากที่ดิ้นรนเพื่อแข่งขันและหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าในขณะที่ต้องนั่งดูกำไรที่ลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากไม่สามารถหาแนวทางผ่ากรอบการตลาดแบบดั้งเดิมได้ เช่น KFC ที่พยายามชูประเด็นเรื่องอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำโดยหวังว่าจะแก้ปัญหาอื่นของแบรนด์ได้ด้วย หรือความล้มเหลวของSwiss Air ที่ใช้ข้อความสื่อสารแบบมุ่งไปในรายละเอียด Attention to Detail จนเป็นผลให้เกิดวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ โมเดลการตลาดต้องสร้างความเกี่ยวข้องและความหมายให้ได้ท่ามกลางโลกที่มีเซ็กเมนต์และสื่อแตกย่อยออกไปมากมาย ประเด็นคือการต้องทราบว่าลูกค้ากลุ่มที่ทำกำไรให้คุณมากที่สุดคิดและมีปฏิกิริยาอย่างไร คุณต้องแน่ใจว่าส่วนประกอบทั้งหมดของแบรนด์และการตลาดสามารถนำเสนอประสบการณ์ให้พวกเขาได้การปฏิบัติการ, เทคโนโลยี, การจำหน่าย, การคิดบิลลิ่งและศูนย์บริการรวมถึงคอล เซ็นเตอร์จะต้องทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสามารถพาแบรนด์ฝ่ากรอบรูปแบบการตลาดเก่าๆได้ คุณอาจเรียกโมเดลนี้ว่า “การเสี่ยง”เพราะไม่ทำตามทฤษฎีการตลาดเบื้องต้น แต่อีกหลายคน อาจมองว่านี่ละเรียกว่า “ทางรอด” และโอกาสในการเขียนหนังสือเบสต์เซลเลอร์เล่มใหม่ก็เป็นได้

Posted in แนวคิดการตลาด | Tagged | Comments Off